เล่าเรื่องสายพราย.......(บทความเรื่องยาว)

Last updated: Jul 13, 2020  |  1102 จำนวนผู้เข้าชม  |  ไสยเวทย์อาคม,พิธีกรรม,เรื่องเล่า

เล่าเรื่องสายพราย.......(บทความเรื่องยาว)

ว่าถึงเครื่องรางสายพราย.........หนึ่งในวัตถุเครื่องรางที่มีเสน่ห์อย่างอาถรรพ์ลึกลับในตัว ดึงดูดให้คนที่ไม่เคยคิดจะแขวนพระเครื่อง ใช้เครื่องรางวัตถุมงคลใดๆ

คิดอยากจะริลองมาเป็นคนเล่นของกันหลายคน (ผมเองก็หนึ่งในนั้น)​ เพราะด้วยเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี ที่ฝังแน่นหยั่งรากลึกมาแต่โบราณของคน

ไทย ร้อยละแปดสิบ ของคนเล่นสายพรายนั้นเป็นคนกลัวผีครับ แต่เป็นลักษณะกล้าๆกลัวๆ อยากรู้ อยากลองสัมผัสกับพรายและอยากจะเห็นผี!!! มากกว่าจะ

แค่อยากใช้วัตถุเครื่องรางกัน


วัตถุสายพราย คือวัตถุเครื่องรางที่อาศัยอำนาจพลังงานของพรายมาช่วยเสริม นอกจากพลังงานของแรงครู แรงคาถา แรงวิชา และแรงว่าน ต่างๆ

ช่วยเร่งผลให้สิ่งที่ปรารถนาต่างๆสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น

ถ้าให้ผมเปรียบง่ายๆ การที่เราจะขอสิ่งใดๆ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์พลังงานเหนือโลกเบื้องบน เหมือนกับเราขอกู้เงินกับธนาคาร สถาบันการเงินในระบบ ที่เราต้องมี

หลักฐานการเดินบัญชีเป็นประจำ คุณถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น นั่นคือคุณต้องเป็นคนดี ประกอบกรรมดีเป็นประจำ คุณจึงจะสำเร็จในเรื่องต่างๆที่ขอ

แต่สำหรับการจะขอเรื่องต่างๆจากพราย เปรียบเหมือนคุณกู้ยืมนอกระบบ ไม่จำเป็นต้องมีการเดินบัญชีใดๆมากมาย กู้ง่ายได้เร็ว....... แต่แน่นอนว่าดอกเบี้ยและ

การทวงหนี้ก็ย่อมโหดกว่าแบบแรกมากมาย เจอเจ้าหนี้ดีหน่อยเต็มที่ก็ขอกู้ไม่ได้อีก เจอเจ้าหนี้โหดร้ายคุณก็ต้องเจอดีไม่ต่างจากเจ้าหนี้มากระทืบถึงบ้าน

การใช้เครื่องรางสายพรายจึงมีทั้งผลดีและผลเสีย จึงต้องมีความรู้และความเข้าใจในระดับนึง เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดโทษ และใช้ประโยชน์จากสายพรายได้

อย่างเต็มที่ ซึ่งตรงนี้หลายคนประมาทมองข้ามไป คิดถึงแต่เรื่องความแรง ของ่ายได้ไวกันอย่างเดียว ใช้ขอแบบไม่คิดถึงผลกระทบ ส่วนใหญ่ปลายทางของ

การใช้วัตถุสายพรายดังกล่าว บทสรุปคือ "พรายกินตัว" เข็ดกับเครื่องรางสายพราย ต้องเทขายกันหลายต่อหลายคน เป็นสิ่งที่ผมได้เจอผ่านตามาตลอด

ทั้งกับคนใกล้ตัวและไกลตัว



คำว่า"สายพราย" นั้นพึ่งมาในยุคหลังไม่มากกว่ายี่สิบปี คนเล่นอาคมยุคก่อนจะเรียกวิญญาณที่นำมากำกับใช้งาน รวมๆว่า"โหงพราย"

คำว่า"พราย" ตามความหมายจริงแล้วคือ ผีที่อยู่ในน้ำ เป็นได้ทั้งวิญญาณของคนที่ตายในน้ำ หรือเป็นจิตวิญญาณธรรมชาติอย่างนึง ประเภทเดียวกับนางไม้

มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเมื่อเวลากลางคืนจะส่องแสงสีเขียวเรืองแสงเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมา หากใครไปหาปลา หรือเดินทางกลางคืนไปพบเจอเข้า พรายน้ำนี้

ก็จะเข้าสิงสู่หรือไม่ก็ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต พรายน้ำมีทั้งในคลองและในทะเล


เรื่องเล่าของชาวเล หากพบเจอที่กลุ่มเรืองแสงกลางท้องทะเล ให้พยายามหลีกให้ไกล เพราะนั้่นหมายถึงการเสียชีวิตของลูกเรือทั้งลำ บางคนกล่าวว่า

พรายน้ำ ก็คือ ญิณน้ำ เพราะความร้ายไม่ต่างกัน ส่วนคนที่ตายในน้ำก็เรียกว่าผีพรายเหมือนกัน

ตามความเชื่อคือวิญญาณที่เฮี้ยนและแรงนั้น ก่อนตายต้องพบกับความทรมานและความกลัวเป็นอันมาก

ยิ่งตายทรมานเท่าใด ก็ยิ่งเฮี้ยนมากเท่านั้น บางตำราว่าไว้ว่า วิญญาณของคนท้องจมน้ำตายนั้น มีความเฮี้ยนแรงที่สุดในบรรดาวิญญาณคนตายทั้งหลาย

หากเอามากำกับใช้งานได้ จะใช้งานได้ตามประสงค์สำเร็จทุกประการ


เพียงแต่ผีพรายน้ำที่เกิดจากคนท้องตกน้ำตายนี้ มีความอาฆาตพยายาทรุนแรงมาก ผู้ร่ำเรียนวิชาหลายต่อหลายคน ล้วนสังเวยชีวิตไปไม่น้อย จากการ

พยายามจับพรายจำพวกนี้มาก จึงไม่ค่อยมีใครกล้าลองดีเท่าใดนัก เพราะเห็นตัวอย่างมานักต่อนัก การจะนำผีพรายน้ำมาใช้งาน

เท่าที่ผมเคยได้ยินมา จะมีวิชาที่เรียกว่าการ"ตกพราย" โดยใช้เป็ดตกแบบเดียวกับปลานี่ล่ะครับ แต่รายละเอียดมากกว่านี้ผมเองก็ไม่ทราบ

จากที่กล่าวมาข้างต้น การจะใช้งานพรายจึงไม่ได้จำเป็นว่าต้องมีมวลสารพรายและชิ้นอาถรรพ์ของผู้ตายเสมอไป บางวิชาบางสายใช้วิธี

ทำพิธีในป่าช้าเรียกมาสิงสู่ในเม็ดข้าวสาร ก้อนหินก็มี ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องขุดศพและนำชิ้นส่วนซากศพมาเท่านั้น จึงจะสามารถนำพรายมาใช้งานได้

ส่วนคำว่า"โหง"น่าจะมาจากวิญญาณคนตายโหง คือตายผิดธรรมชาติ คือตายก่อนอายุขัย ด้วยอุบัติเหตุ โดยฆาตรกรรมหรือฆ่าตัวตาย คนที่ตายก่อนสิ้น

อายุขัยวิญญาณจะยังไม่ไปตามวาระ ต้องอยู่แบบนั้น กลายเป็นสัมภเวสีรอจนกว่าจะถึงเวลาสิ้นอายุขัยตัวเองจึงได้ไปตามวาระ หากมีคนทำบุญอุทิศส่วน

กุศลให้ก็ดีไป แต่หากไม่มีแน่นอนว่าย่อมได้รับความหิวโหยและทุกข์ทรมานอย่างมาก

คนมีอาคมจึงได้นำจิตวิญญาณของผู้ที่ตายโหง มากำกับใช้งาน อาจจะแลกกับการทำบุญ เลี้ยงด้วยอาหาร หรืออาจจะทำการบังคับสะกด ก็ตามแต่คน

ร่ำเรียนอาคมจะกระทำกันไป


เมื่อรวมๆจิตวิญญาณคนตายที่นำมาใช้งานทั้งสองประเภทนี้ จึงเรียกรวมๆว่า"โหงพราย" คำนี้ออกจะฟังดูน่ากลัวและขนพองสยองเกล้าไปซักหน่อย เลย

เปลี่ยนเป็น "สายพราย" เพื่อให้ฟังดูไม่น่ากลัว(รึเปล่า?)ให้ง่ายเพื่อการนำมาออกให้บูชาแก่คนทั่วไปเชิงพาณิชย์แบบในปัจจุบันนี้

การใช้งาน"โหงพราย"หรือ"สายพราย" ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ในบ้านเรา หากแต่วิชาการบังคับภูติผี ปลุกคนตาย เรียกวิญญาณคนตายมาใช้งาน มีแพร่หลาย

ทั่วไปในศาสตร์ไสยเวทย์อาคมในทุกพื้นที่มาแต่โบราณ แม้ทางตะวันตกก็มีมาตั้งแต่ยุคกลางแล้ว ลัทธิดั้งเดิมก่อนคริสตศาสนาจะเข้ามา ก็มีพวกใช้อาคม

บังคับวิญญาณไปจนถึงบางศาสตร์ถึงขนาดปลุกซากศพคนตายมาใช้งาน ที่เรียกว่า "เนโครแมนเซอร์"

สันนิษฐานว่าน่าจะแพร่มาจากศาสตร์ดั้งเดิมของแอฟริกา ที่เราน่าจะรู้จักคุ้นเคยกันดีว่า"ซอมบี้"

ดังนั้นการใช้นำจิตวิญญาณคนตายมาใช้งาน จึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด



การจะนำดวงจิตวิญญาณมาเป็นพรายสถิตย์ในเครื่องราง ตอนที่แล้วผมว่าไว้ถึงการจะนำดวงจิตมาเป็นพรายนั้น ไม่จำเปฺ็นว่าจะต้องมีชิ้นส่วนอาถรรพ์ หรือมีชิ้นส่วนร่างกายของดวงจิตเสมอไป สิ่งอื่นๆก็เป็นสื่อได้ คือสิ่งของที่เกี่ยวข้องก่อนตายของดวงจิตนั้น เช่นเชือกที่คนๆนั้นผูกคอตาย กิ่งไม้ที่คนๆนั้นแขวนคอ

ตาย เตียง ที่นั่ง ที่คนผู้นั้นเสียชีวิต คนที่ฆ่าตัวตายหรือตายก่อนวาระ วิญญาณจะยังไม่ได้ไปตามวาระ บางวิญญาณก็ร่อนแร่ บางวิญญาณก็ไปไหนไกลจาก

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการตายของตนไม่ได้ ยิ่งทุกข์ทรมานกว่าสัมภเวสีวิญญาณเร่ร่อนเสียอีก ไปขอรับส่วนบุญที่ไหนก็ไม่ได้ ถ้ามีญาติทำบุญให้ระลึกถึง ก็ดีไป

แต่ถ้าไม่มีก็ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่แบบนั้น จนกว่าจะถึงวาระสิ้นอายุไขของตน

เพราะเหตุนี้ จึงมีคนเรียนไสยเวทย์อาคม ไปขอพลีดวงจิตประเภทนี้มา หรือนำวัตถุที่เกี่ยวข้องนั้นๆมาทำวัตถุ ให้เป็นที่สิงสถิตย์ของดวงวิญญาณ ส่วนนึงคือ

เป็นการปลดปล่อยให้คลายจากความทรมานไม่ต้องรอคอยแบบไม่มีความหวัง หากเจอคนเรียนอาคมที่ใจเมตตาก็ดีไป แต่หากเจอบางคนบังคับ สะกดให้

ทำในสิ่งเลวร้ายต่างๆ ก็ซวยซ้ำสอง แทนที่จะรอเวลาได้ไปตามวาระ กลับต้องตีตั๋วไปนรกอเวจีแทน เพิ่มบาปกรรม ทุกข์ทรมานหนักกว่าเดิม

การนำดวงจิตมาเป็นพรายให้สถิตย์อยู่ในวัตถุ ส่วนนึงเพื่อเป็นการให้โอกาส คล้ายๆก้บการให้งานทำเพื่อจะได้มีต้นทุน ในการหนุนให้พ้นจากความทุกข์

ทรมานได้ไปก่อนวาระ หรือไม่ก็มีโอกาสได้ปรับภพภูมิไวขึ้น และส่วนนึงเพื่อเป็นการเตือนใจให้คนร่ำเรียนอาคมหรือผู้จะใช้วัตถุสายพราย ได้พึงสังวรณ์ตัว

เองว่า มีโอกาสสร้างบุญด้วยตัวเองได้ก็จงรีบทำ อย่ารอจนถึงวันที่ตัวเองหมดโอกาส หรือกลายเป็นพรายแล้วต้องรอการอุทิศจากผู้อื่นเท่านั้น

การนำดวงจิตมาเป็นพรายสำหรับใช้งานนั้น มีหลายวิธี ที่ปลอดภัยแน่นอนว่าสอบถามความสมัครใจของดวงจิต ว่าพร้อมจะมาหรือไม่ ซึ่งตรงนี้แน่นอนว่า

บางดวงจิตก็ไม่ยอมง่ายๆต้องใช้เวลา และน้อยครั้งที่จะเต็มใจอยากเป็นพราย ส่วนใหญ่ภาระจำยอมด้วยเหตุผลที่ว่าไปข้างต้น หรือบางครั้งก็ใช้วิธีการ

บังคับ สะกดด้วยอาคม ใช้ไม้แข็งตรงนี้มักจะเป็นพรายที่เฮี้ยนตายอย่างทรมานและมีความอาฆาตสูง มีความอันตรายกับผู้ใช้ที่ไม่มีอาคม แบบนี้จึงมักจะเป็น

นำมาใช้งานเป็นการส่วนตัวของผู้เรียนอาคมเป็นหลัก และดวงจิตที่จะนำมาเป็นพรายใช้งานได้ ไม่ใช่ว่าเพียงแค่เป็นคนตายโหง หรือตายผิดธรรมชาติและ

จะนำมาใช้ได้เสมอไป เพราะตอนมีชีวิตเป็นแบบไหน ยามตายก็ไม่ต่างกัน หากตอนมีชีวิตเป็นคนไม่เอาอ่าว ไม่เอาไหน ตายเป็นผีก็เป็นผีไม่เอาไหน ใช้งาน

อะไรก็ไม่สำเร็จ ยุคสมัยนี้พรายแบบนี้มีเยอะครับ ดีแต่มีแรงผี ดีแต่หลอกหลอน มาให้เห็นตัวตน แต่ใช้งานอะไรไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อยู่กินเครื่องเซ่น

ให้คนเลี้ยงไปวันๆ การจำนำดวงจิตมาเป็นสายพราย ยุคก่อนนี้เขาจะสืบประวัติ ถ้าเข้าทางว่าเป็นคนมีความสามารถก็ถึงจะไปพลีขอมาทำเป็นพราย พราย

คนตายสมัยก่อนจึงมีคุณภาพมากกว่าพรายคนตายสมัยนี้ อันนี้เรื่องจริงครับสังเกตุได้

และแน่นอนว่าก็มีพวกทำของมักง่าย ที่ไม่พลี ไม่ถามความสมัครใจใดๆ เอาทำผลที่ได้คือดวงจิตเกิดความแค้นความอาฆาต หลอกหลอนทั้งคนทำ คนซื้อ

มาใช้ ตัวคนทำบางทียังหาของกัน ป้องกันต้วได้ แต่คนใช้บางคนไม่รู้ ฟังแต่คำโฆษณา คำบอกเล่าว่าแรงๆ เห็นตัวตน ก็อยากรู้ อยากลองซื้อหามาดูบ้าง

ผลสุดท้ายก็ได้เจอผีเห็นผีสมใจ กลัวจนเอาไปทิ้งไม่กล้าใช้ต่อก็แค่โดนหลอกหลอนอาจจะจบแค่นั้น แต่ยังฝืนใจใช้ไปคิดว่าของดี ของแรงเห็นตัวตน บท

สุดท้ายก็คือ "พรายกินตัว"



"พรายกินตัว".......

คำว่าพรายกินตัว เป็นสิ่งที่คนเลี้ยงพรายกลัว และไม่มีใครอยากจะเจอกับตัวเอง เรียกว่าขยาดกันทุกคน ต่อให้บางคนก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไรตาม

"พรายกินตัว" ความหมายตรงตัวคือ "ผีกินปราณ" คือขั้นต้นของการคุกคามทำร้ายคน ของผีและสัมภเวสีทั้งหลาย การกินปราณ คือการกินพลังชีวิต

ผู้ที่โดนกิน จะมีอาการอ่อนเพลียหมดแรง กลางคืนก็จะมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ หลับๆตื่นๆ เพราะฝันร้ายหรือผีอำ แรกๆก็อาจจะไม่มีผลอะไร แต่นานๆไป

สภาพก็ไม่ต่างจากคนอดนอนติดต่อกันนานๆ ทำให้ง่วงซึม ไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีกะใจทำอะไร อยากแต่จะนอนอย่างเดียว(เพราะนอนไม่พอ) แต่ยิ่งนอนก็ยิ่งแย่

เพราะนอนไม่หลับเต็มตาไม่ได้ฟื้นฟูกำลังสมองและร่างกายอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นก็ต่อมาด้วย หงุดหงิด ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำให้มีปัญหากับ

ทั้งเพื่อนฝูง คนรัก ไปจนถึงเจ้านายตามมา......

ฟังดูก็น่ากลัวแล้ว....เพียงแต่ว่านี่ยังเป็นเพียงขั้นต้น


หลังจากที่เล่นงานจนมนุษย์หมดกำลังวังชาแล้ว สุขภาพกายและใจอ่อนล้าถึงขีดสุด ทีนี้ก็จะคือการกินตัวของแท้ คือเข้าไปสิงอยู่ในร่างกาย ตรงนี้อาจจะ

ยึดครองทั้งร่ายกาย หรือค่อยๆยึดไปทีละส่วน ที่ผมเคยเห็นมากับตาคือ เนื้อบางส่วนเขียวช้ำเหมือนเนื้อคนตาย ซึ่งคนโดนจนอยู่สภาพนี้แล้ว ไม่ต่างจาก

มะเร็งระยะสุดท้าย ถึงยังไม่ตายก็เตรียมหามขึ้นโลงครับ การทำร้ายมนุษย์ของวิญญาณร้ายมีสองอย่าง คือหนึ่งกินปราณ อีกอย่างหนักที่สุดคือเข้าสิง

ร่างกายแล้วกินน้ำเหลือง อธิบายคร่าวๆของความหมาย "พรายกินปราณ" ประมาณนี้น่าจะพอเข้าใจกันดีแล้ว

มาว่ากันต่อถึงเหตุที่คนเลี้ยงพรายเล่นพรายจะโดนกินตัว เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากหมองูตายเพราะงูครับ สาเหตุหลักๆที่พรายจะเล่นงานคนเลี้ยงคือ

๑.ทำการสะกดพราย บีบบังคับพรายต่างๆนานา เป็นเวลานานเมื่อเวลาเผลอหรือาคมที่สะกดไว้เสื่อม มีโอกาสพรายก็หาทางเอาคืน

๒.พรายนั้น พลีมาไม่ดีพรายเล่นงานผู้ที่บูชามาต่อ เพราะเล่นงานคนสะกดและบังคับไม่ได้ หางเลขและความซวยจึงมาลงกับคนที่บูชามาแทน

๓.กักขังพรายเป็นเวลานานๆ แล้วไม่เลี้ยงไม่ให้กินอาหาร ไม่ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไม่เรียกกิน เมื่อพรายหิวจนทนไม่ไหว ก็จำเป็นต้องกินปราณ จุดประสงค์

เพื่อรักษาสภาพดวงจิตไว้ ให้มีกำลังไม่แตกสลายไป เปรียบเหมือนคนที่ท้องหิว แล้วไม่มีหนทาง จำเป็นต้องปล้นหรือจี้ชิงทรัพย์ เพื่อได้เงินมาซื้อข้าวกิน

ให้รอดตาย


ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะโดนพรายกินตัวกันง่ายๆ ถ้าหากว่าเลี้ยงเซ่นไม่ขาด หรือไม่ไปทำร้ายเขาก่อน และก่อนจะเช่าบูชาสาย

พรายของใดๆมา ทำการศึกษาประวัติและข้อมูลก่อน เท่านี้ก็แทบจะไม่มีโอกาสโดยพรายกินตัวได้เลย

แต่จริงๆแล้วการกินปราณผู้เลี้ยงของพรายนั้นเป็นเรื่องปรกติ ผู้เลี้ยงพรายเล่นพรายทุกคนต้องเจอแต่ครั้งแรก เพียงแต่ไม่รู้ตัวกันเท่านั้นเอง เพราะว่าพราย

จะกินเพียงเล็กน้อย เจตนาเพื่อเชื่อมต่อกระแสจิตของผู้เลี้ยงกับพรายเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน และพรายยังต้องอาศัยปราณของผู้เลี้ยง เพื่อสร้างสภาวะตัวตน

ดวงจิตของพรายให้สมบูรณ์ ดังนั้นคนที่แขวนครั้งแรกจึงจะรู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง บางคนถึงขนาดไข้ขึ้นก็มี ตามภาษาคนเล่นพรายที่เรียกว่าการ"ปรับ

ธาตุ"นั่นเองครับ

หรือบางครั้งผู้สร้างระหว่างกระทำการปลุกเสก ปล่อยให้พรายอดเป็นเวลานานๆ ไม่ได้ทำการเลี้ยงพรายมาก่อนเลย เมื่อพรายเจอผู้ดูแลใหม่ จึงจำเป็นต้อง

กินปราณเพื่อให้จิตของตนนั้นมีกำลังวังชาขึ้นมา แล้วจึงหยุดกิน

ตรงนี้ผู้เล่นสายพรายยุคเก่าๆเขารู้กันดีครับ ว่าหากบูชาวัตถุสายพรายของใหม่เข้ามาทุกๆครั้ง จะมำการเลี้ยงและเซ่นเป็นการรับขวัญ หรือบางคนเซ่น ๓ วัน

ติดก็มี เพราะเพื่อหลีกเลี้ยงไม่ให้พรายกินปราณตัวเรามากเกินไปนั่นเอง และอีกประการนึง เป็นการดูอาการของพรายเบื้องต้นด้วย หากในระยะแรกที่แขวน

หากพ้น ๓ วัน หรือ ๗ วันไปแล้ว ตัวเรายังไม่หมดอาการสภาวะ"ปรับธาตุ"หมดเรี่ยวแรงเกินกว่านั้น ก็เป็นสัญญาณเบื้องต้นให้รับรู้เลยว่าพรายที่นำมาใหม่ชัก

จะไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว ให้หาสาเหตุและทางป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่จะโดนกินตัวขึ้นมา

จากที่ว่ามาทั้งหมด คงพอให้เข้าใจถึงเรื่องพรายกินตัวกัน สรุปตรงนี้คือคนจะเล่นสายพราย จึงต้องมีความรู้และหมั่นสังเกตุตัวเอง สายพรายนั้นมีคุณใน

ขณะเดียวกันก็มีโทษ ไม่ต่างจากเล่นอาวุธปืนของมึคม ที่ไม่ควรจะประมาท เล่นกับไฟ มันก็ต้องรู้วิธีดับไฟ ถ้าหากใช้เป็นก็เกิดประโยชน์กับตัวเองมากเช่น

กัน การจะโดนพรายกินตัวนั้นไม่ง่าย จึงไม่จำเป็นต้องไปกลัวคำขู่ของผู้ไม่รู้ และแอนตี้สายพราย หากว่าเรารู้หนทางการป้องกันและระวังตัวเองดีแล้ว ตัวผม

เองเล่นสายพรายมาตั้งแต่เริ่มต้นเล่นวัตถุเครื่องราง จนปัจจุบันนี้ ผมก็ไม่เคยเจอพรายกินตัวแม้แต่ครั้งเดียว มีบ้างที่เฉียดๆแต่ผมระวังและป้องกันตัวได้ทัน


เอาล่ะมาถึงตรงนี้ บางคนคงอยากจะถามว่า ถ้ามันอันตรายมีโทษขนาดนั้นแล้วทำไมสายพรายถึงเป็นที่นิยม

คำตอบคือ แม้จะมีโทษมากแต่ก็มีคุณมากเช่นกันหากว่าใช้เครื่องรางสายพรายเป็น  


ประโยชน์และคุณสมบัติเด่นๆของสายพราย แน่นอนว่าคือเรื่องการให้ผลที่เร็วไว ถ้าคนที่ใช้สายพรายเป็น ขอให้ทำเช้า ได้เรื่องเย็น แทบจะเป็นเรื่องปรกติ

เหตุก็เพราะ ตัวอย่างเมื่อคุณจะขอให้พรายช่วยให้คนซื้อของง่าย หรือให้คนที่หมายปองสนใจ อยากให้งานที่เสนอเจ้านายไปผ่านแบบไม่ติดขัด ฯลฯ

การทำงานของพรายคือ จะไปสื่อกับเจตภูติของคนผู้นั้นโดยตรง คือลักษณะดลจิต ดลใจ ทำให้เขารู้สึกเกิดความสนใจ หรือเมตตาเรา ไปจนถึงคิดถึงเรา

บางครั้งถ้ายังสื่อกับเจตภูติแล้วไม่มีผล พราย(ที่เก่งๆ)​ก็จะกระทำการสื่อกับมหาภูติทั้ง ๔ ในร่างกายอันคือ ตัณหา, ราคะ, พิศวาส, พิศมัย ไปจนถึงกับบังคับ

และสิงสู่ยึดครองหนึ่งในมหาภูติทั้ง ๔ นี้ก็มี

ในกรณีที่เป้าหมายนั้นจิตอ่อน ภูติในร่างกายไม่กล้าแข็งพอ

จากที่กล่าวมา ก็คือสรุปได้ว่าการใช้สายพรายนั้น เป็นการกระทำย่ำยีด้วยไสยเวทย์อาคมแบบนึง คนที่เรียนไสยเวทย์อาคมอย่างแตกฉานก็สามารถทำเรื่อง

ดังกล่าวได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากถึงยากมากๆ สำหรับคนที่เพียงแค่ใช้วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังทั่วๆไป อีกนัยนึงพรายคือผู้ช่วยส่งมนต์แทนเรา ให้เกิด

ผลดังใจนั่นเอง


ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ การใช้งานสายพรายจึงให้ผลเร็วและเป็นที่นิยมอย่างยาวนาน เพียงแต่ว่า..... พรายที่จะมีความเก่งกาจระดับนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ อีกทั้งยังมี

เรื่องความเต็มใจที่จะทำงานของพรายอีก ปัจจัยจากหลายอย่างความสัมพันธ์ระหว่างตัวผู้ใช้กับพรายก็เกี่ยวข้อง บางคนเลี้ยงพรายไม่เป็น เลี้ยงดีเกิน หรือ

หงอกับพรายเกิน ทำตัวเป็นคนรับใช้พราย หรือบางคนก็ขอและใช้งานอย่างเดียว ไม่ให้ของตอบแทน การจะใช้สายพรายให้แรงไม่ตก และไม่เป็นผลเสียจึง

เป็นหนึ่งในเรื่องที่ปวดหัวอย่างมากของคนเล่นสายพราย เพราะที่เจอกันประจำก็คือแรงดี ได้ผลดีช่วงแรกๆ แต่ซักพักก็เงียบใช้อะไรไม่ได้ผลเหมือนเก่า

เรื่องนี้ก็ต้องว่ากันยาว ไว้ไปต่อกันในบทหน้าเกี่ยวกับการเลี้ยงเซ่น และใช้งานภูติพรายแบบฉบับของสำนักฤษเวทย์



                                                                                      สำนักฤษเวทย์ ไสยเวทย์วิทยาและมนตราอีสาน

Powered by MakeWebEasy.com