ริจะเล่นของ อย่าละเลยการสวดมนต์

ริจะเล่นของ อย่าละเลยการสวดมนต์

ก่อนจะถามคำว่า ทำไมใช้วัตถุไม่เกิดผล ทำไม่เรียนคาถาอาคมใดๆไม่สำเร็จ

ให้ถามตัวเองเสียก่อนว่า คุณสวดมนต์บ้างหรือไม่?.......


สิ่งที่คนเล่นของและเรียนอาคม ยุคปัจจุบัน ละเลยกันไปแทบจะหมดแล้ว คือสิ่งง่ายๆอย่างการสวดมนต์...

คิดกันไปว่า สวดมนต์มันง่ายๆจะไปมีผลอะไรมากมาย กับการใช้วัตถุมงคล กับการเรียนอาคม

มาทำความเข้าใจกันกับอานิสงค์ของการสวดมนต การสวดมนต์หลายๆคนรู้อยู่แล้ว

ว่าได้ทั้งบุญและเป็นการทำให้ใจสงบ หลายๆคนรู้ดีถึงข้อดีอันนี้ แต่มักจะมีข้ออ้างด้วยคำว่า (ไม่มีเวลา)...

ซึ่งคนเล่นของ และคนฝึกฝนเรียนทางไสยเวทย์อาคมมากมาย จำนวนไม่น้อยที่มองข้ามการสวดมนต์ไป

เนื่องด้วยคิดกันว่าเป็นกิจที่คนปรกติทั่วๆไปกระทำกัน


จึงข้ามไปสนใจที่การท่องและบ่นเวทย์มนต์ คาถาอาคมต่างๆเป็นหลัก

ละเลยการสวดบทพระพุทธมนต์ต่างๆ เจอคนเรียนไสย์เวทย์บางคน อาราธนาศีล ๕ ไม่ได้

สวดบทบูชาพระรัตนตรัยผิดๆถูก เห็นแล้วก็ได้แต่สังเวชใจ การสวดมนต์ รู้ดีกันอยู่แล้วว่า

เนื้อมนต์ที่ท่องๆกัน เป็นบทสรรเสริญคุณ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า

หรือที่เรียกกันว่าบทบูชาพระรัตนตรัย บางบทก็เป็นการถอด ธรรมมะจากพระโอษฐ์

ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


โบราณจารย์ท่านถือว่ามนต์เหล่านี้เป็นมงคลและทรงอานุภาพยิ่งนัก

จึงมักจะนำเนื้อมนต์บาลีต่างๆ มาผสมกับตัวคาถาอาคม

เพื่อมุ่งให้คาถาอาคมบทนั้นๆ ส่งอานุภาพอย่างเต็มที่

เพราะบางที จิตของผู้ท่องหรือผู้เรียนอาจจะกระทำได้ไม่ถึง

ในการให้พระเวทย์ พระมนต์ต่างๆเกิดฤทธิ์ จึงได้ขอนำเนื้อมนต์

ฝากไปกับกระแสพลังแห่งพระรัตนตรัย อันทรงอานุภาพเหลือประมาณ

การสวดมนต์ แต่เดิมหลายพันปีมาแล้วคือการกระทำของเหล่าพราหมณ์

ที่สวดสรรเสริญอำนาจแห่งเทวะ บรวงสรวงพระเป็นเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

บทสวดที่บันทึกอยู่ในตำรา ฤคเวทย์ ซึ่งเป็นตำราที่ได้รับการยอมรับกันว่าเก่าแก่ที่สุด


เมื่อศาสนาพุทธได้กำเนิดขึ้นในชมพูทวีป ย่อมได้รับอิทธิพลบางสิ่งจากศาสนาพราหมณ์

เพราะนักบวชจากพราหมณ์หลายรูป ก็ได้มาเข้าเป็นสาวกแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ดังนั้นวิธีปฎิบัติแบบพราหมณ์แต่ดั้งเดิม จึงยังปฎิบัติอยู่

หากแต่เปลี่ยนจากเนื้อมนต์ทางพราหมณ์ มาใส่เนื้อมนต์ทางพุทธ

เกี่ยวกับการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ คำสอนต่างๆจากพระโอษฐ์พระพุทธองค์แทน

การสวดมนต์ทางพราหมณ์เชื่อกันว่า เป็นการดึงพลังงานปราณบริสุทธิ์

แห่งเหล่าเทพเทวะต่างๆ ให้มาอยู่กับตัว ดังนั้นการสวดมนต์ของทางพรมหณ์

ก็คือการอ้อวนวอนขอพร ขอพลังจากพระเจ้า


ดังนั้นโบราณจารย์ทางไสยเวทย์ ท่านจึงได้กำชับนักหนา ว่าก่อนจะกระทำการใดๆ

ควรอย่างยิ่งที่จะสวดมนต์ไหว้พระ ทำวัตรให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วจึงกระทำพิธีทางไสยเวทย์

ถ้าเป็นคนศึกษาร่ำเรียนคาถาอาคม อย่างถูกวิธีมักจะไม่พลาดในเรื่องทางนี้

เพราะมักจะโดนเคี่ยวเข็ญจากครูบาอาจารย์ สั่งสอนให้ปฎิบัติมิขาด

ส่วนนึงเพื่อเป็นการกล่อมจิตใจ ให้สงบทางนึงแล้ว

อีกทางนึงคือเพื่อดึงพลังปราณบริสุทธิ์จากการสวดมนต์


ซึ่งเหล่าเทพเทวา ครูบาอาจารย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อเชื่อมกระแสจิตของผู้สวดมนต์

ให้เชื่อมกับพลังเหนือโลกทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้การใช้คาถาอาคมใดๆ เกิดผลได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ส่วนถ้าเป็นทางหมอธรรมอีสานก็จะมีเพิ่มเติมมา ที่เรียกกันว่าการสวดธรรม

การปั่นธรรม นั่นก็คือเพื่อจุดประสงค์ในทางนี้เช่นกัน

หากแต่การปั่นธรรมจะกระทำได้เฉพาะหมอธรรม ผู้เรียนธรรมต่างๆเท่านั้น

คนธรรมดาทั่วๆไปไม่อาจกระทำได้ การปั่นธรรมจะดึงและเชื่อมต่อพลังทั้งหลายได้ดี

มากกกว่าคนทั่วๆไป อันนี้จึงเป็นที่มาว่าทำไม คนเรียนธรรม คนสวดธรรมถึงใช้คาถาอาคมได้เกิดผล

ได้ดีกว่าคนที่ร่ำเรียนปรกติ เพราะแบบนี้

ดังนั้นแล้ว สนใจอยากจะเรียนทางไสยเวทย์ อยากเรียนวิชาคาถาอาคม

ถามตัวเองซะก่อนว่า วันนี้คุณสวดมนต์รึยัง เข้าใจและเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็นำไปปฎิบัติ ไม่สนใจก็ปล่อยผ่านครับผม


Powered by MakeWebEasy.com